
ช่วง Back to School เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่หลายคนต้องเตรียมตัวกันมากกว่าปกติ ไม่ใช่แค่เรื่องอุปกรณ์การเรียนหรือชุดนักเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนค่าใช้จ่าย การจัดตารางชีวิตใหม่ และการเตรียมความพร้อมให้ลูกกลับเข้าสู่โหมดการเรียนได้อย่างเต็มที่
หลายครั้งเรามักรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม “บานปลายโดยไม่รู้ตัว” เพราะมีทั้งของจำเป็นและของจุกจิกที่ต้องซื้อเพิ่มแบบเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งถ้าไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ก็อาจทำให้เสียเงินมากกว่าที่คิด
บทความนี้จึงรวบรวมทั้งเช็กลิสต์ของใช้จำเป็น ไอเดียการวางแผนงบ และเทคนิคประหยัดค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม เพื่อช่วยให้พ่อแม่เตรียมลูกได้ครบในงบที่ควบคุมได้ พร้อมแนะนำวิธีเลือกโปรโมชันให้คุ้มที่สุด เพื่อให้การเริ่มต้นเทอมใหม่เป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งสำหรับลูกและคนในครอบครัว
การเตรียมลูกเปิดเทอมให้พร้อม ไม่ใช่แค่การซื้อของให้ครบ แต่คือการเลือก “ของที่จำเป็นจริง” และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ เรียนได้อย่างราบรื่น และลดการซื้อซ้ำระหว่างเทอมโดยไม่จำเป็น การมีเช็กลิสต์ก่อนช้อป จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องความครบถ้วนและการควบคุมงบประมาณ ทำให้การเตรียมลูกเปิดเทอมเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่ามากขึ้น

ของกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่เด็กต้องใช้ทุกวัน จึงควรเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นเทอม เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อเพิ่มระหว่างทาง
ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดี เขียนลื่น และไม่เสียหายง่าย เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ นอกจากนี้ หากโรงเรียนมีรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้เฉพาะ ควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ซื้อซ้ำหรือขาดตกหล่น
เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายเป็นอีกส่วนที่ควรให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อความมั่นใจและความคล่องตัวของเด็ก
แนะนำให้ลองสวมใส่ก่อนเปิดเทอมจริง เพื่อเช็กขนาด ความพอดี และความสบายในการเคลื่อนไหว รวมถึงควรเผื่อไซซ์เล็กน้อยในกรณีที่เด็กมีการเจริญเติบโตระหว่างเทอม
ของกลุ่มนี้ต้องใช้งานทุกวัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
การเลือกของที่มีคุณภาพและทนทาน จะช่วยลดการเปลี่ยนใหม่ระหว่างเทอม และยังช่วยให้เด็กใช้งานได้สะดวกมากขึ้นในทุกวัน

ช่วง Back to School เป็นช่วงที่หลายครอบครัวต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน ค่าอาหาร ไปจนถึงค่าใช้จ่ายจุกจิกที่มักเกิดขึ้นตามมาในระหว่างเทอม
สิ่งที่หลายคนเจอเหมือนกันคือ “ตั้งใจจะประหยัด แต่สุดท้ายงบบานปลาย” เพราะไม่มีการวางแผนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น หรือมีการซื้อของแบบเร่งรีบโดยไม่ได้เปรียบเทียบราคา การวางแผนค่าใช้จ่ายจึงไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญได้ดีขึ้น และลดความเครียดในระยะยาว โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน
ขั้นตอนแรกของการคุมงบ คือการ “มองเห็นภาพรวม” ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดมีอะไรบ้าง
ลองแบ่งงบออกเป็นหมวดหลัก เช่น
เมื่อแยกออกมาแบบนี้ คุณจะเห็นได้ทันทีว่าส่วนไหนใช้งบมากที่สุด และสามารถปรับลดในหมวดที่ไม่จำเป็นได้ง่ายขึ้น เช่น ลดงบของจุกจิก แล้วเพิ่มงบในของที่ต้องใช้ระยะยาวแทน
หลังจากแยกหมวดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ “ตั้งงบให้ชัด”
คุณอาจเลือกตั้งงบได้ 2 แบบ
การกำหนดเพดานแบบนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้างบอุปกรณ์การเรียนใกล้เต็มแล้ว ก็จะเริ่มเลือกเฉพาะของที่จำเป็นจริง ๆ
อีกเทคนิคหนึ่งคือการ “เผื่องบฉุกเฉิน” ไว้ประมาณ 10–15% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น ของหาย ของพัง หรือของที่โรงเรียนแจ้งเพิ่ม
หลายครั้งที่ค่าใช้จ่ายบานปลาย ไม่ใช่เพราะของแพง แต่เพราะ “ซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น”
ก่อนจะซื้อของใหม่ ลองสำรวจของเดิมให้ครบก่อน เช่น
การนำของเดิมกลับมาใช้ ไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังช่วยปลูกฝังนิสัยการใช้ของอย่างคุ้มค่าให้กับเด็กอีกด้วย

การซื้อของแบบไม่มีแผน มักนำไปสู่การซื้อเกินโดยไม่รู้ตัว
แนะนำให้จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องซื้อ เช่น
จากนั้นค่อยทยอยซื้อเป็นรอบ จะช่วยให้คุณมีเวลาคิดและเปรียบเทียบมากขึ้น แทนที่จะตัดสินใจทันทีหน้าร้าน
ของที่ถูกที่สุด อาจไม่ใช่ของที่คุ้มที่สุดเสมอไป
ลองพิจารณาจาก
บางครั้งการจ่ายเพิ่มเล็กน้อยเพื่อของที่มีคุณภาพดีกว่า อาจช่วยประหยัดในระยะยาว เพราะไม่ต้องซื้อซ้ำบ่อย
ช่วงเปิดเทอมเป็นช่วงที่มีโปรโมชั่นออกมาจำนวนมาก ทั้งส่วนลด คูปอง หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ
การใช้โปรอย่างชาญฉลาด คือ
วิธีนี้จะช่วยให้คุณ “ได้มากขึ้น ในงบเท่าเดิม” โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ขนม อุปกรณ์เสริม หรือของที่ซื้อเพิ่มระหว่างเทอม มักเป็นตัวการทำให้งบบานปลาย
ลองจดบันทึกแบบง่าย ๆ เช่น
จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการใช้เงินจริง และสามารถปรับพฤติกรรมได้ทันเวลา
หลังจากวางแผนค่าใช้จ่ายและเตรียมลิสต์ของใช้เปิดเทอมเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณ “คุมงบได้ดีขึ้นแบบเห็นผล” คือการเลือกใช้โปรโมชันที่คุ้มค่า และตรงกับสิ่งที่ต้องซื้ออยู่แล้ว
เพราะในช่วง Back to School แบบนี้ หลายครอบครัวจำเป็นต้องใช้จ่ายกับสินค้าแม่และเด็กอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน อาหาร หรือของใช้ประจำวัน การเลือกโปรที่ให้ “มากกว่าส่วนลด” จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับทุกการใช้จ่าย

สำหรับสมาชิก My Lotus’s Kidz Club ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569
เมื่อซื้อสินค้าแม่และเด็กครบ 2,000 บาทขึ้นไป
คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ทันทีถึง 2 ต่อ
ซึ่งจะมีการจับรางวัลในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
จุดเด่นของโปรนี้คือ “ยอดถึงง่าย” เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายบ้านต้องจ่ายอยู่แล้วในช่วงเปิดเทอม ทำให้คุณไม่ต้องเพิ่มงบ แต่ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นทันที

นอกจากการช้อปของใช้จำเป็นแล้ว อีกหนึ่งความคุ้มคือการใช้ Lotus’s Coins ที่สะสมไว้ มาแลกเป็นสิทธิพิเศษจากแบรนด์ดัง
เช่น
ดีลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นไอเดียในการ “ให้รางวัลเล็ก ๆ” กับลูกหลังจากเริ่มต้นเทอมใหม่ได้อย่างน่ารักและมีแรงจูงใจ


การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเป็นเรื่องสำคัญ แต่จะดีกว่าไหมถ้าช้อปแล้วได้ "ความคุ้ม" กลับมาด้วย? เพียงเป็นสมาชิก Kidz Club นอกจากการสะสมคอยน์ตามปกติแล้ว ยังมีคูปองส่วนลดสุดพิเศษให้เก็บไว้ใช้เพียบ!
คุ้มขนาดนี้ อย่าลืมเช็กสิทธิ์ในแอป My Lotus’s แล้วไปใช้สิทธิ์ได้ที่โลตัสทุกสาขา ทั้งสาขาใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และโกเฟรชใกล้บ้านคุณครับ
การเตรียมลูกเปิดเทอมจะไม่ใช่เรื่องหนักอีกต่อไป ถ้าคุณวางแผนให้ดี และเลือกใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มที่สุด เพราะแค่เปลี่ยนจากการช้อปปกติ มาเป็นการช้อปแบบมีสมาชิก ก็ช่วยให้ทุกบาทที่จ่าย “ได้กลับมามากกว่าเดิม”
My Lotus’s Kidz Club คืออีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณคุ้มตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ทั้งคูปองเงินสด สิทธิ์ลุ้น iPad และดีลสุดคุ้มจาก Coins ที่ตอบโจทย์ทั้งพ่อแม่และลูก และถ้าคุณกำลังจะช้อปของใช้เปิดเทอมอยู่แล้ว บอกเลยว่า “ยิ่งสมัครเร็ว ยิ่งคุ้มกว่า” เพราะคุณสามารถเริ่มรับสิทธิ์ได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
อย่าปล่อยให้โอกาสความคุ้มหลุดไป สมัคร My Lotus’s Kidz Club ได้แล้ววันนี้ แล้วเปลี่ยนทุกการช้อปช่วง Back to School ให้คุ้มแบบเห็นผลจริงตั้งแต่ครั้งแรก