
ถ้าลงทะเบียน TH-AI Passport แล้วเปิดเข้ามาเจอ AI ให้เลือกมากมาย อาจเกิดคำถามว่า “แล้วเราควรใช้ตัวไหนดี?”
เพราะในโครงการไม่ได้มีแค่ AI สำหรับแชทหรือถามคำถามทั่วไป แต่ยังมีเครื่องมือสำหรับเขียนโค้ด สร้างภาพ สร้างวิดีโอ สร้างเพลง และค้นคว้าข้อมูลเชิงลึก รวมมากกว่า 30 โมเดลจากผู้ให้บริการกว่า 14 ราย
ความจริงแล้วไม่มี AI ตัวไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ AI แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานจึงช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น
บทความนี้จะพาไปดูว่า หากคุณเป็น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ครีเอเตอร์ เจ้าของธุรกิจ หรือโปรแกรมเมอร์ ควรเริ่มต้นทดลอง AI ตัวไหนใน TH-AI Passport

ก่อนเลือก AI ให้ตัวเอง ลองดูภาพรวมก่อนว่าในโครงการมีเครื่องมือประเภทไหน เพราะแต่ละตัวถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์งานไม่เหมือนกัน
เหมาะสำหรับการถามคำถาม สรุปข้อมูล ระดมความคิด เขียนและปรับปรุงข้อความ รวมถึงช่วยวางแผนงานต่าง ๆ
ตัวอย่างโมเดลที่มีในโครงการ ได้แก่ ChatGPT, Claude, Gemini, Grok และ Mistral AI เป็นต้น
หากต้องการค้นคว้าหัวข้อที่มีข้อมูลจำนวนมาก ควรมองหา AI ที่มีความสามารถด้าน Deep Research โดยในโครงการมีโมเดลอย่าง o3 Deep Research และ Sonar Deep Research เป็นต้น
คนที่ทำคอนเทนต์สามารถเลือกใช้ AI ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสื่อโดยเฉพาะ เช่น GPT Image, Seedream, Seedance, Veo และ Lyria ซึ่งเหมาะกับงานภาพ วิดีโอ และเสียงในรูปแบบต่าง ๆ
เมื่อรู้แล้วว่ามี AI ให้เลือกหลายประเภท ขั้นต่อไปคือดูว่า งานที่เราทำเป็นประจำเหมาะกับ AI แบบไหน
หากใช้ AI เพื่อเรียน ค้นคว้า สรุปบทเรียน หรือช่วยระดมความคิด ควรเริ่มจาก AI ที่สามารถสนทนาและอธิบายเนื้อหาได้หลากหลาย
ตัวที่ควรลอง: ChatGPT, Claude และ Gemini
สิ่งที่ควรทดลอง เช่น
สำหรับคนที่ต้องเขียนอีเมล ทำเอกสาร สรุปรายงาน ประชุม หรือคิดไอเดียในการทำงาน AI ประเภทแชทจะตอบโจทย์มากที่สุด
ตัวที่ควรลอง: ChatGPT, Claude และ Gemini
โดยเฉพาะงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ การใช้ AI เป็นผู้ช่วยสามารถช่วยลดเวลาในการร่างและจัดระเบียบข้อมูลได้
กลุ่มนี้อาจได้ประโยชน์จากการใช้ AI มากกว่าหนึ่งตัว เพราะงานคอนเทนต์มีทั้งการคิดไอเดีย เขียน ตรวจสอบข้อมูล วิเคราะห์ และสร้างภาพประกอบ
ตัวที่ควรลอง: ChatGPT, Claude, Gemini และ Perplexity
เช่น ใช้ AI ตัวหนึ่งช่วยคิดหัวข้อ อีกตัวช่วยตรวจสอบข้อมูล และอีกตัวช่วยปรับสำนวนก่อนนำไปใช้งาน
สำหรับคนที่เขียนโค้ดหรือทำงานด้านเทคโนโลยี ควรมองหาโมเดลที่รองรับการเขียนโค้ดและการวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน
ตัวที่ควรลอง: ChatGPT, Claude และโมเดลที่รองรับงาน Coding ในแพลตฟอร์ม
นอกจากให้ AI เขียนโค้ดแล้ว ยังสามารถใช้ช่วยอธิบาย Error, ตรวจสอบ Logic และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาได้
หากงานหลักคือการทำภาพหรือวิดีโอ ไม่จำเป็นต้องเลือก AI ที่เก่งเรื่องแชทอย่างเดียว เพราะ TH-AI Passport มีโมเดลสำหรับสร้างสื่อโดยเฉพาะ
ตัวที่ควรลอง: Seedream, Seedance, Veo และ GPT Image
เหมาะกับการทดลองทำภาพประกอบ คอนเซปต์วิดีโอ หรือสร้างสื่อสำหรับ Social Media
สำหรับเจ้าของธุรกิจ AI ที่มีประโยชน์อาจไม่ใช่ AI ที่สร้างภาพสวยที่สุด แต่เป็น AI ที่ช่วยคิด วิเคราะห์ และจัดการงานได้หลากหลาย
ตัวที่ควรลอง: ChatGPT, Claude, Gemini และ Perplexity
สามารถนำไปช่วยตั้งแต่การคิดแผนธุรกิจ วิเคราะห์คู่แข่ง ร่างคอนเทนต์ ไปจนถึงช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. เข้าเว็บไซต์ TH-AI Passport (https://aipass.go.th/)
2. สร้างบัญชี เลือกเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple ที่ต้องการใช้กับ TH-AI Passport
3. ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข อ่านและยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รวมถึงความยินยอมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
4. ยืนยันตัวตน ระบบจะให้ยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID โดยสามารถใช้แอป ทางรัฐ หรือ ThaID ได้ ขั้นตอนนี้จำเป็นสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้สมัคร
5. กรอกข้อมูลส่วนตัว ตรวจสอบและกรอกข้อมูลที่ระบบร้องขอ จากนั้นดำเนินการลงทะเบียนให้เสร็จสิ้น
6. เข้าใช้งาน AiPASS หลังลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์ม AiPASS เพื่อใช้บริการ AI ที่อยู่ในโครงการได้ โดยโครงการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน การทดลองจาก AI ที่รองรับงานหลากหลายก่อนอาจง่ายที่สุด
เหมาะกับคนที่ต้องการ AI อเนกประสงค์ ทั้งการเขียน วิเคราะห์ ระดมความคิด เขียนโค้ด และงานทั่วไป โดย TH-AI Passport ระบุว่ามีทั้ง GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, GPT-5.6 Terra และ GPT Image 2 ในระบบ
เหมาะกับงานที่ต้องอ่าน วิเคราะห์ และจัดการกับข้อความหรือข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงงานเขียนและ Coding โดยในโครงการมี Claude Opus 5 และ Claude Sonnet 5
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ AI สำหรับงานทั่วไปและทดลองความสามารถด้านการสร้างสรรค์ โดยมี Gemini 3.1 Pro รวมถึงโมเดล Gemini รุ่นอื่นในระบบ
เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าข้อมูล โดยโครงการมีทั้ง Sonar และ Sonar Reasoning Pro รวมถึง Sonar Deep Research
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทดลอง AI อีกหนึ่งค่ายที่มีความสามารถด้านการสนทนาและงานทั่วไป โดย TH-AI Passport ระบุ Grok 4.3 อยู่ในกลุ่มโมเดลที่เข้าร่วมโครงการ
ตรงนี้เป็นจุดที่ควรใส่ในบทความ เพราะคนที่เพิ่งลงทะเบียนอาจเข้าใจว่าเมื่อสมัครแล้วจะได้ใช้ทุกโมเดลทันที
ข้อมูลของโครงการระบุว่า ระดับผู้เริ่มต้น (Beginner) สามารถใช้งาน Gemini 3.1 Flash-Lite แบบไม่จำกัด แต่หากต้องการใช้งานโมเดลอื่น ๆ จะต้องเลื่อนระดับเป็น ผู้สร้างสรรค์ (Innovator) ก่อน
ผู้ใช้สามารถเรียนหรือทำภารกิจที่กำหนดเพื่อสะสมคะแนน โดยเมื่อถึงระดับผู้สร้างสรรค์จะสามารถเข้าถึงโมเดลต่าง ๆ ได้มากขึ้น ภายใต้โควตาการใช้งานที่กำหนด
ดังนั้น หากลงทะเบียนแล้ว อย่าเพิ่งเปิด AI แล้วลองถามอย่างเดียว แต่ควรเข้าไปเรียนคอร์สและทำภารกิจไปพร้อมกัน เพื่อปลดล็อกความสามารถเพิ่มเติม

ถ้าต้องการเลือกแบบง่าย ๆ ให้เริ่มจากลักษณะงานของตัวเอง
ลักษณะการใช้งาน | AI ที่ควรลอง |
เรียนและทำการบ้าน | ChatGPT / Claude / Gemini |
เขียนและสรุปเนื้อหา | ChatGPT / Claude |
ค้นคว้าข้อมูล | Perplexity |
วิเคราะห์ข้อมูล | ChatGPT / Claude / Gemini |
เขียนโค้ด | ChatGPT / Claude |
ทำคอนเทนต์ | ChatGPT / Claude / Gemini |
สร้างภาพ | GPT Image / Seedream |
สร้างวิดีโอ | Seedance / Veo |
สร้างเพลง | Lyria |
สิ่งสำคัญที่สุดของ TH-AI Passport จึงไม่ใช่การหาว่า “AI ตัวไหนเก่งที่สุด” แต่คือการค้นหาให้เจอว่า “AI ตัวไหนเหมาะกับงานของเรา” เพราะโครงการตั้งใจให้ผู้ใช้ได้ทดลองโมเดลจากหลายผู้ให้บริการและเลือกนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียน การทำงาน และธุรกิจได้ตามความต้องการ